Profilo di Kitipong"ao_kitipong Papaoay" สว...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


29 maggio

แยกให้ออก

ระหว่าง "คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา" เราควรจะเลือกใครดี

คนที่เรารัก.....คือคนที่ใช่สำหรับเรา

แต่บางครั้ง.....เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

คนที่เรารัก.....คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี

แต่แท้จริงแล้ว....เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

คนที่เรารัก......คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้

แต่สิ่งที่เราให้.....เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

คนที่เรารัก........คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข

แต่เวลาเราทุกข์.....เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

คนที่เรารัก....คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา

แต่ที่แย่กว่าคือ.....ตลอดมาเขา "ไม่ได้รักเรา"

…………………………………………………………….

คนที่รักเรา.......คือคนที่เราเพียงมองผ่าน

แต่เขา.....กลับมองเราอย่างใส่ใจ

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก

แต่เขา.....กลับพยายามทำความรู้จักเรา

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย

แต่เขา.....กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

คนที่รักเรา......คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข

แต่เวลาทุกข์......เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง

แต่มีสิ่งหนึ่ง.....บอกให้รู้ว่า. ....."เขารักเรา"

06 maggio

ขอเป็นคนสุดท้าย

ขอเป็นคนสุดท้าย
ไม่อยากรู้...ว่าเธอเคยรักใคร

รักมากแค่ไหน...เคยช้ำใจมากี่หน
เรื่องส่วนตัว...เธอคงมีเหตุผล
อยากจะลืม...อยากว่าก็ตามแต่ใจ
แค่อยากรู้...รักฉันจริงหรือเปล่า
เพื่อรักของเราเธอจะให้ฉันได้ไหม
"ไม่ใช่คนแรกของเธอ ขอเป็นคนสุดท้าย
เธอมีใครในใจไม่สำคัญ
ไม่ใช่คนแรกในหัวใจ เป็นคนสุดท้ายก็แล้วกัน
ได้ไหม...อยากขอแค่นั้นจริงๆ"
เหนื่อยพอแล้ว...กับการต้องเสียใจ
ถ้าเป็นไปได้...อยากพักหัวใจกับเธอ
เรื่องของฉัน...ก่อนที่เราจะเจอ
ไม่บอกกับเธอ...เพราะฉันก็ไม่อยากจำ
ไม่ถือสาเลย ถึงแม้เธอจะเคยจับมือกับใคร
แค่อย่าปล่อยมือฉันไปก็พอ
แค่อยากรู้รัก...ฉันจริงหรือเปล่า
เพื่อรักของเราเธอจะให้ฉันได้ไหม
ไม่ใช่คนแรกของเธอ ขอเป็นคนสุดท้าย
เธอมีใครในใจไม่สำคัญ
ไม่ใช่คนแรกในหัวใจ เป็นคนสุดท้ายก็แล้วกัน
ได้ไหม...อยากขอแค่นั้นจริงๆ ให้ฉันเป็นคนสุดท้ายของหัวใจเธอ

ในโลกความเป็นจริง

โลกกลม ๆ ใบ นี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ
ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก
อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้า เลย
ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็ พอ
ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือก เย็น

ในโลก กลม ๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน

คนเราเมื่อม้า ตาย ก็ต้องลงเดิน
ท้อแท้ได้แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้แต่อย่าริษยา พักได้แต่อย่า หยุด
เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของอีกคน หนึ่ง
ถ้าไม่ลองก้าว
จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่าง ไร
หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก ก่อนเสมอ
ปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้ง สิ้น

จะเห็นค่าของ ความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
อันตรายที่สุด คือ การคาดหวัง
เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดี ด้วย

อย่า ยอมแพ้ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

จง ใช้สติ อย่าใช้อารมณ์

เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน

ไม่มีคำว่า บังเอิญในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่าตั้งใจ

ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป

หลัง พายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใส

หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว

ไม่เป็นขุนนาง น่ะได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง เมื่อวานก็สายเกิน แก้
พรุ่งนี้ก็สายเกินไป
อย่า หวังว่าจะได้รับความรักจากคนที่คุณรัก

เพราะคนที่คุณรักไม่ได้รักคุณหมดทุก คน
เพื่อนทั่วไปไม่เห็นคุณร้องไห้
เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาให้
เพื่อน ทั่วไปถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้จะมาแต่หัววันเพื่อช่วยเตรียม งาน
เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขา เสมอ
เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงข้างคุณตลอด ไป

20 aprile

ไม่แน่ใจ

ไม่แน่ใจ

ตอบตัวเองไม่ได้เลย เธอทำไมเงียบงัน

ดูคล้ายไม่เข้าใจกัน จึงไม่ยอมพูดจา

อยากให้เธอมีคำตอบ แทนอาการเฉยชา

แทนอาการไม่มองตา มีอะไรพูดกัน

ไม่ใช่ฉันไม่รู้สึก

บอกตรงตรงไม่แน่ใจ

ความเป็นไปของเรา ยังรักกันบ้างหรือเปล่า

ยังลังเลหัวใจ หากว่าเธอมีคำตอบ

ใจเธอเป็นของใคร เป็นคนเดิมหรือคนใหม่

ยังยินดีรับฟัง

อย่างน้อยฉันเองก็ควรได้รู้ ถ้าทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนไป

จะได้ทำใจจากนี้ อยากรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ถ้าเธออยากให้ฉันจากไป ฉันยินดีตัดใจจากเธอ

"เมื่อไรที่เจอกัน อยากให้เธอนั้นพอใจ

เมื่อไรที่มีใคร อยากให้เธอนั้นมีความสุข

ถ้าหากอยู่กับฉัน นั่นคือการต้องทุกข์ใจ

ก็จะขอเป็นคนไป ไม่ให้เธอต้องกังวล"

17 aprile

คงจะจริง

คนที่เทอรัก..กับคนที่รักเทอ

นี่แหละ . . . คนโง่
ที่รักเธออย่างโงหัวไม่ขึ้น
ทุ่มเท . . . ทุ่มใจ . . . ทุกวันคืน
ผลตอบแทนกลับขมขื่น . . . ปวดร้าวใจ

เธอมันคนฉลาด . . .ส่วนฉันก็ฉลาดน้อยไปหน่อยใช่ไหม
ฉันเห็นเธอมีค่า . . . แต่ค่าของฉัน เธอไม่มีเลยในจิตใจ

กว่าจะรู้ก็สายเกินไป . . . เกินกว่าจะดึงหัวใจกลับมาทัน

คนที่เธอรัก . . . คนนั้น
ปล่อยให้เธอเหงา . . . ในวันนี้
กี่ครั้งที่เธอร้องไห้ เขาไม่ไยดี
ความรักที่เธอมี . . . ก็เหมือนฉัน ที่ภักดีในหัวใจ

คนที่รักเธอ . . . คนนี้
เป็นได้แค่คนหวังดี . . . ใช่มั้ย
เธอไม่เคยเหลียวแล . . . แม้เสี้ยวใจ
แต่ฉันก็ยังรักเธอต่อไป . . .
แม้ต้องใช้กำลังใจอย่างหนัก


คนที่เธอรัก . . . กับคนที่รักเธอ
หากยังพลั้งเผลอ เลือกคนที่เธอรัก
เรื่องราวต่อไปคงเดาได้โดยประจักษ์
ร้องไห้เพราะคนที่เธอรัก . . . ซบบนตักคนที่รักเธอ
01 febbraio

อ่านแล้วร้องให้จริงๆๆ

ความรักจากชายคนหนึ่ง

แนนๆ ใกล้วาเลนไทน์แล้วนะ....จอย เพื่อนร่วมงานของแนนหันมาคุย    
ขณะแนนกำลังง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวเอง                                 
อืม...วาเลนไทน์อีกแล้วสินะแนนเงยหน้าขึ้นสบตาจอยพลางยิ้มพูดเบาๆ
วาเลนไทน์...14 กุมภาพันธ์ วันที่กุหลาบทั่วโลกบานพร้อมกัน                        
วันที่ความรักงอกงามได้เร็วกว่าทุกวัน และเป็นวันที่กามเทพแผงศร            
ให้หลายๆคู่ได้สมหวัง แต่คงไม่ใช่แนน...เธอคนนี้แน่นอน               
.....................

เธอๆ มาเล่นก่อกองทรายด้วยกันมั้ย
เด็กผู้ชายตัวเล็กๆหน้าตามอมแมมกำลังนั่งเล่นบนกองทรายสูงท่วมหัว
เธอชื่ออะไร เราชื่อเอเด็กผู้ชายแนะนำตัวเองก่อน พลางกระโดดลงมาจากกองทราย
ฉันชื่อแนนเด็กผู้หญิงแนะนำตัวเองบ้างพลางค่อยๆนั่งลง
ทั้งคู่ค่อยๆก่อกองทราย เด็กผู้หญิงวิ่งไปเอาน้ำมารดให้ทรายเปียกชุ่ม
เด็กผู้ชายค่อยๆเอาเศษไม้เกลี่ยให้ดินทรายที่เปียกค่อยๆก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
จนได้เค้าโครงของปราสาททรายที่ต้องการ
เอ เดี๋ยวแนนประดับปราสาททรายเองนะ
เด็กผู้หญิงวิ่งมาพร้อมกับก้อนหินสีสวยในกำมือ
วางลงข้างๆปราสาททรายที่กำลังจะอวดโฉมออกมาเป็นรูปเป็นร่าง
แนนๆ ตรงนี้เป็นห้องของแนนนะ ห้องของเจ้าหญิงงัย
ส่วนตรงนี้เป็นห้องของเอ......อันนี้เป็นห้องประชุมนะ
เอพูดพลางชี้ไปเรื่อยๆบนปราสาททราย.....กองทรายแห่งความฝัน
เอๆ ต้องทำสวนดอกไม้ตรงนี้ด้วย เจ้าหญิงต้องมีสวนดอกไม้นะ
แนนพูดแย้งขึ้นพลางชี้ไปตรงด้านหน้าปราสาททราย
แนนอยากได้สวนอะไร....อยากได้ดอกไม้อะไรเอพูด
เงยหน้าขึ้นมองหน้าแนนอย่างใจจดใจจ่อ
เอาดอกอะไรดี...เอ ช่วยแนนคิดหน่อยสิแนนมองหน้าเอด้วยแววตาใสซื่อ
เด็กตัวเล็กๆสองคนกำลังสวมบทเจ้าหญิงและเจ้าชายกันอยู่
อืม...เจ้าหญิงต้องเหมาะกับดอกกุหลาบนะเอพูดพลางทำท่าคิด
ตกลงๆ สวนดอกกุหลาบนะ เราจะทำสวนดอกกุหลาบที่ลานหน้าปราสาทของเรา
แนนพูดพลางยิ้ม
ค่อยๆเกลี่ยทรายให้เรียบเพื่อทำเป็นลาน....ทั้งคู่สร้างปราสาททรายแห่งความฝันของพวกเขาอยู่นาน....นานจนกระทั่ง
เอ ไปได้แล้ว พ่อเสร็จงานแล้วลูก
เจ้าของโครงการบ้านจัดสรรเดินมาสะกิดลูกชายตัวเองเบาๆ
พ่อๆ ให้เอเล่นกันแนนอีกแป๊บนะลูกชายออดอ้อนพ่อของตัวเอง
หน่า ไปได้แล้ว เดี๋ยววันหลังมาเล่นใหม่ก็ได้นี่พ่อของเขานั่งยองลง
อธิบายให้ลูกชายฟังพลางลูบหัวเบาๆ
ตกลงครับ เดี๋ยวให้เอบอกแนนก่อนนะ
เด็กผู้ชายตัวมอมแมมพูดพลางวิ่งกลับหลังไปหาเพื่อนของเขา
แนน เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมาหานะ พรุ่งนี้เอจะเอาดอกกุหลาบมา
มาทำสวนกุหลาบให้แนนนะเอพูดพลางชี้นิ้วลงตรงลานหน้าปราสาททราย
ตกลงๆ พรุ่งนี้เจอกันนะแนนยิ้มพูดพลางพยักหน้า
เด็กสองคนเล่นกันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร
ทุกวัน เอและแนนจะมานั่งก่อปราสาททรายด้วยกัน
ก่อสร้างความหวังบนมิตรภาพและความรัก
ระหว่างลูกชายเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรและลูกสาวนายช่างใหญ่
แนนๆ เมื่อวานแม่เราสอนให้เราเขียนหนังสือด้วยแหละ
เด็กผู้ชายเสื้อผ้ามอมแมมคลุกฝุ่นและทรายเปียกเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่วิ่งเข้ามา
ไหนๆ แม่ของเอสอนเขียนคำว่าอะไรแนนถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น
แม่เอสอนเขียนหลายคำ แต่เอจำได้คำเดียวเอพูดพลางทำเสียงเศร้าๆ
เอคงอยากจำทุกคำมาเขียนให้แนนดู
เอจำคำไหนได้ เขียนให้แนนดูหน่อยสิแนนพูด เอค่อยๆก้มลงข้างๆกองทราย
หยิบเศษไม้เล็กๆปักลงบนผืนทรายที่เพิ่งผ่านฝนเมื่อคืนแล้วตวัดเป็นจังหวะเพียงชั่วครู่
ปรากฎเป็นตัวอักขระลายเส้นบิดพลิ้ว คำว่า รัก
ปรากฎบนผืนทรายราบเรียบที่เกาะตัวเหนียวด้วยหยดน้ำ
เด็กตัวเล็กๆสองคนยืนมองด้วยความตื่นเต้น
อ่านว่าอะไร เอแนนพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นและแปลกใจ
อ่านว่า รักเอพูดกระซิบข้างหูแนนเบาๆ
เหรอ อ่านว่ารักเหรอ....สอนแนนเขียนหน่อยสิ นะๆๆๆแนนพูดพลางเกาะแขนออดอ้อนเอ
มานี่ๆ เอจะสอนเอพูดพลางหยิบเศษไม้เล็กๆให้แนนจับไว้
มือเอและมือแนนจับประสานกัน ตวัดบนกองทรายให้เกิดเป็นอักขระบิดพริ้ว
นี่ไง แนนเขียนได้แล้ว ดีใจจังเลยแนนพูดพลางหันหลังกลับไปกอดเอด้วยความดีใจ
มันแปลว่าอะไรเหรอ เอแนนยังคงสงสัยไม่หายในความหมายของมัน
เอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่แม่บอกว่ามันมีความหมายมากนะ มากจนอธิบายไม่ได้
ใช่สิ...ความหมายมันคงมากมายเกินกว่าเด็กห้าขวบจะรู้
หรือแม้แต่คนบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต ก็ไม่อาจรู้ว่าคำว่ารักคืออะไร....
สักวัน เราจะรู้ความหมายมัน แม่เอบอกเอพูดพลางหันไปมองแนน
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยืนข้างๆตน
อืม สักวันนะแนนพูดพลางหันมายิ้มให้กับเอ ใช่
สักวันแนนและเอคงรู้ความหมายของมัน......

โอ๊ย...เจ็บเด็กผู้หญิงผมเปียพูดขึ้นพลางจับผมเปียของตัวเองด้วยสีหน้าเซ็งๆ
เธอโดนเพื่อนแกล้งดึงเปียผมของเธอประจำ
ใครดึงผมเปียแนน
เด็กผู้ชายนั่งข้างๆเธอหันขวับกลับไปมองแทบจะพร้อมกันกับเจ้าของผมเปีย
เห็นเด็กผู้ชายวัยเดียวกันสามคนนั่งอยู่ข้างหลังหัวเราะกันคิกคักพลางชี้นิ้วมาที่แนน
ทำไมๆ ข้าดึงเอง จะทำไมหนึ่งในเด็กสามคนพูดพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
แกล้งผู้หญิง หน้าตัวเมียเอยืนขึ้นชี้หน้าด่า
แล้วจะทำไมเด็กทั้งสามกรูกันมายืนหน้าเอ
ถีบโต๊ะเรียนกระจัดกระจายคนละทิศคนละทาง
ไม่เอาเอ อย่าไปยุ่งกับพวกนั้นแนนพูดพลางเกาะแขนเอไว้แน่น
เอเอามือจับแขนแนนออกจากตัวทันที...
ปั้ง...หนึ่งหมัดปล่อยออกไป คล้ายเป็นการประกาศสงครามของคนสองกลุ่ม
ทั้งสามคนกรูเข้ามารุมเอคล้ายหมาป่ากำลังรุมขยุ้มเหยื่อ
โต๊ะเรียนที่กระจัดกระจาย
ข้าวของทั้งของเอและแนนตกกระจายเกลื่อนกลาดคนละทิศคนละทาง
หยุด!!
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง...มีอำนาจมากพอจะทำให้ทั้งสี่คนหยุดการตะลุมบอนกัน
พวกเธอทำอะไรกัน อันธพาลกันใหญ่แล้วนะ
ครูประจำชั้นเข้ามาห้ามทัพหมาป่าขยุ้มเหยื่อ แม้จะห้ามทัพได้
แต่ก็ได้ปรากฎเลือดไหลซิบๆที่คิ้วและโหนกแก้มของเอ
เอ เจ็บมั้ยแนนวิ่งเข้ามาทันทีที่ครูประจำชั้นเดินออกไป
ไม่เจ็บหรอกเอพูดพลางก้มหน้าหลบสายตาแนน
ไม่เจ็บอะไร เลือดไหลใหญ่แล้ว ไปห้องพยาบาลนะ แนนจะทำแผลให้
แนนพูดพลางดึงตัวเอออกจากห้องเรียนไป
เลือดไหลเป็นทางลงมาจากคิ้วและโหนกแก้มเปรอะเปื้อนเสื้อนักเรียนสีขาวของเอ
โอ๊ย...เจ็บ อย่าจับสิ
เอพูดโพล่งขึ้นขณะที่แนนกำลังกดดูความลึกของบาดแผล...แต่แนนกลับยิ้มออก
โอ๊ย แสบ
เอโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทันทีเมื่อแนนค่อยๆกดสำลีชุบแอลกอฮอลงบนแผลของเอ
แสบก็ทนสิ อยากหาเรื่องเค้านี่นาแนนพูดพลางยิ้ม
ค่อยๆเช็ดแผลบนใบหน้าของเอช้าๆอย่างระมัดระวัง
ทุกครั้งที่มีคนแกล้งแนน เอจะยืดอกปกป้องแนนเสมอ
แม้จะต้องเจ็บตัวหรือตกอยู่ในภาวะเป็นรองก็ตามที....
แนนๆ แฮปปี้วาเลนไทน์นะ
ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดงให้กับมือหญิงสาว
อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันน่าแนนพูดกวนๆพลางยิ้ม
เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย
อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์ ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป
เอพูดพลางยิ้ม ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้
ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว
หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ
แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่
เอรักแนนนะเอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ
ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง
เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลยแนนพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่เลิกแหย่เอ
เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะเอพูดประหม่า
มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวัน
เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....


ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว
มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...
เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะแนนพูดพลางเก็บหนังสือ
ไปทำวิทยานิพนธ์กับใครเอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที
ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆแนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ
เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่
ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะเอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ
ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมาแนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ
นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย
กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วยเอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง
ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลยแนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน
กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้างฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ
ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย
ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลยกิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก
ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้มฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง
หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง
กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมระอา
โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้านเสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ
แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ
ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ
โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน
แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน
แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว
เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปีเสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ
เอี๊ยยดดด.....เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ
คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง
แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด
ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน
มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ


แนนๆเสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา
อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บแนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก
เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ
ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน” .....สองเดือน สองเดือน
แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง.
....ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....
แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ยแนนพยายามพูด
เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน
อืม...ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ
เอ ล่ะ เออยู่ไหนแนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน
เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลยฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ
ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อนฝนพยายามพูดปลอบใจแนน
อืม...น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน
คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ
เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี
เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย
เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย
เสียดาย
คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆบุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน
แนนยังคงไม่หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก
ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ
บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม
ทำไม ทำไม
คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ
แนนถามด้วยความสงสัย
โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับบุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ
จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล
เกรงว่ามันจะยาวไปแนนพูดพลางยิ้ม
ผมชื่อ กอล์ฟ ครับบุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ
นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด
ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....
คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะพยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ
ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี
กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกันแนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา
มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย
ไปสิครับกอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล
ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ
ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก
แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ
บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา
บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา
บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว
เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน
ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน
ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน
มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ
หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้
ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม

ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง
ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู
แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับเสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์
ว่างค่ะ ทำไมค่ะแนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ
กอล์ฟเสนอความเห็น
ตกลงค่ะแนนพูดพลางกดวางสาย
สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้เสียที

วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก
แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า เซนเตอร์พอยต์
ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นักเรียน
นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน
ขอโทษค่ะ มาสายแนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง
ไม่เป็นอะไรครับกอล์ฟพูดพลางยิ้ม
อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอแนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ
แนนจะจับได้ทันที
อันนี้ของแนนนะครับดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ
วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล
หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอแนนพูดติดตลกพลางยิ้ม
เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด
ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกกอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง
อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที
ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ"

กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง
อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที
ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน
ปั้ง...เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ
แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร”““
หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้
กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิดเดียว
ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล
คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว
พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด
กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้
มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้
เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร
เขาจะจัดหาให้หมด.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก
กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ
ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ
กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่
เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ
เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล
แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณกอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
สายตามองไร้จุดหมาย
สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป
เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ
กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ
ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ
จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ
กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ
เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร
เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว
เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ
หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที
ตกลง ผมหาให้ เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลยตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน
ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ
คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด
โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้
กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว

เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ
แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล
มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม นานาคุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ
ถ้าเขียนติดกัน มันคือ นานานี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา
เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง
เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล
แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า
ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ
ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว
ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล
เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ -
เขามอบหัวใจของเขาให้คุณทันทีที่กอล์ฟพูดจบ
แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ
โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ
หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน
เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ
กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้กับแนน
มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....
ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณใช่
หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว
ตายไปพร้อมกับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ
กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง
รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก
ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขากอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา
นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง
เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะคำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป
เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120
นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ
แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว
หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว

 

คำย่อ ของการบอกรัก

ม.ด.ร.   ย่อมาจาก   มากด้วยรัก
ร.ป.จ.   รักประจักษ์ ซึ้งนักหนา
ค.ถ.ธ.  คิดถึงเธอ    ทุกเวลา
จ.ว.ว.   จำไว้ว่า      ฉันรักเธอ

มอบให้คนที่ผมรักนะ

เหงาจังเลยนะคืนนี้
เธอคนดีจะเหงาเหมือนกันไหม
เหงาอย่างนี้คิดถึงแทบขาดใจ
เธออยู่ไกล...รู้ไหมคิดถึงเธอ

อ่านดูนะ อักษรไทย 44 ตัวจ้า

นามแฝง อักษรไทย 44 ตัว


- ก.ไก่ เป็นสัตว์ตื่นเช้าที่สุด เลยให้มาเป็นอักษร ตัวแรก เพื่อเตือนให้คนไทย ขยันขันแข็ง
- ข.ไข่ เป็นดอกผลของ ไก่ แต่จะมีความเปราะบางต้อง ถนถถนองให้ดีดี อย่าปล่อยทิ้งละเลยสังคม
- ฃ.ฃวด เป็นวิถีชีวิตของคนไทยที่ เตือนไว้ว่าแม้จะดื่มกิน ให้มีสติไว้มิฉะนั้น อาจมีสิ่งใด แตกหักได้
- ค.ควาย ฅ. ฅน เป็นวิถีชีวิต ของคนไทยการอยู่ร่วมกัน ระหว่าง ฅน และธรรมชาติ โดยให้ ฅน มาทีหลัง ควาย คือโง่มาก่อนฉลาดอย่าอวดฉลาด หากยังไม่รู้จักโง่ก่อน
- ฆ.ระฆัง ให้หมั่นประชุมเป็นนิตย์ อย่าได้ ละเลย การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- ง.งู ต้องกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงความคิดเห็น
- จ.จาน ต้องรู้จัก การอาสาสเจีอจาน เข้าทำนอง จ.จานใช้ดี
- ฉ.ฉิ่งตีดัง ช.ช้าง วิ่งหนี ให้รู้จักการใช้การทำงานเล็กๆ ให้เกิดผลกระทบต่อสังคม ในวงกว้างโดยไม่ต้องคิดการณ์ใหญ่
- ซ.โซ่ ล่ามที หาก สังคมเตลิด จากการกระทำใดใดให้รู้จักยับยั้งเอาไว้ด้วยขนบธรรมเนียมบ้าง
- ฌ.เฌอ คู่กัน ให้รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราระหว่าง คน และธรรมชาติ
- ญ.หญิงโสภา ฑ.มณโฑ หน้าขาว บอกใบ้ให้เห็นว่าสตรี เป็นเพศที่สวยงามและต้องเอาใจใส่ให้มาก อย่าได้ละเลยลืมเลือน
- ฏ.ชฏาสวมพลัน เป็นแง่คิดให้เห็นถึงยศฐาบรรดาศักดิ์ ว่า ไม่จีรังครับคล้ายๆ กับหัวโขน
- ฎ.ปฏัก และ ฐ.ฐาน เป็นอักษร คู่กันที่จะทำงานอะไร ที่ฉับไว เที่ยงตรงต้องมีรากฐานหรือมีเหตุผลรองรับ อย่างชัดเจนมั่นคง
- ฒ.ผู้เฒ่าเดินย่อง เป็นการสะท้อน ว่าผู้หลักผู้ใหญ่จะทำอะไรต้องระมัดระวังให้ถี่ถ้วน อย่างโผงผาง
- ณ.เณรไม่มอง ด.เด็ก ต้องนิมนต์ เป็นอักษรคู่กันแทนการเปรียบเทียบ ๒ สถาบัน ระหว่างศาสนาและ ฆาราวาส ว่า เมื่อพระท่านมองข้ามสิ่งใดละเลยสิ่งใด ต้องช่วยกันเตือนได้ไม่ใช่ละเลยไปหมด
- ต.หลังตุง ถ.ถุงแบกหาม เป็นอักษรคู่เช่นกันที่เปรียบว่า ทั้งหมดมีหน้าที่ของตัวและต้องทำให้ดีทีสุด ตามสภาพ ที่มีและเป็นอยู่
- ท.ทหารอดทน นี่ชัดเจน ว่า แทน ข้าราชการ ว่าต้องมีน้ำอดน้ำทนทำงานไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเพื่อชาติ
- ธ.ธง คนนิยม เป็นภาพสะท้อนให้คนรักชาติบ้านเมืองครับ ให้เห็นแก่ประโยชน์ของชาติอันดับแรกเลย
- ภ.สำเภากางใบ สะท้อนว่า หากจะค้าขายไกลๆต้องพัฒนาศักยภาพของตนเองให้สอดรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ ครับ
- ร. ล. ว. เป็นอักษรชุด ๓ ตัว เรียง ที่มาสะท้อนถึงวิถี ชีวิตของคนไทยมี่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ น้ำ สัตว์ และการฝีมือ ที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ ของชาติ
- ษ.หนวดยาว ศ.ศาลา ส.เสือดาวคะนอง สามสอ นี้เป็นภาคตัวแทนของอุปนิสัยใจคอของคนไทยว่า รักสงบ(ษ.) โอบอ้อมอารีย์(ศ.) แต่ ใจนักเลง (ส.)
- อ.อ่างเนืองนอง เป็นสัญลักษณ์ ย้ำว่าคนไทย ต้องมีจิตคิดเพื่อคนอื่นเสมอก่อนคิดเพื่อตัว
- ฬ.จุฬาท่าผยอง สะท้อนว่า ริจะเป็นผู้ปกครองริจะอยู่เหนือคนอื่น ต้องต้านทานอุปสรรคนานาได้คล้ายกับว่าว จะขึ้นสูงต้องต้านแรงลมได้
- ฮ.นกฮูก นั้น สะท้อนว่า คนไทย ขยัน ครับ ตั้งแต่เช้า (ไก่) ยันค่ำ(นกฮูก)มีสัตว์ที่ตื่น อยู่ตลอดเวลา

30 gennaio

สมการอ๊อฟฟิต ในปัจจุบัน

         OFFICE ARITHMETIC

Smart boss + smart employee = profit
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องเก่ง = กำไร
Smart boss + dumb employee = production
เจ้านายเก่ง + ลูกน้องโง่ = ผลผลิต
Dumb boss + smart employee = promotion
เจ้านายโง่ + ลูกน้องเก่ง = เลื่อนตำแหน่ง
Dumb boss + dumb employee = overtime
เจ้านายโง่ + ลูกน้องโง่ = OT อย่างเดียว